สวิตเซอร์แลนด์ vs อิตาลี

VS

ความพร้อมล่าสุด
สวิตเซอร์แลนด์
อ็อตมาร์ ฮิตซ์เฟลด์ กุนซือของทีม เกมส์นี้จะได้สภาพทีมที่สมบูรณ์พร้อมรบเต็มที่ 100% เต็มทีเดียว เมื่อไม่มีรายงานว่า ผู้เล่น 23 คนชุดลุยศึก ฟุตบอลโลก 2010 นั้น มีปัญหาอาการบาดเจ็บ หรือติดโทษแบน จนทำให้ไม่สามารถลงสนามทำการแข่งขันได้แต่อย่างใด โดยในระบบ 4-4-1-1 ของทีม เกมส์นี้คาดว่า อเล็กซานเดอร์ ฟราย หัวหอกจอมเก๋าจากสโมสร บาเซิล นัดนี้น่าจะได้ลงประจำการในตำแหน่งศูนย์หน้าตัวเป้า เพื่อทำการล่าสังหารตาข่ายฝ่ายตรงข้ามต่อไปเช่นเคย พร้อมมี เอเรน เดอร์ดิย็อค ตัวรุกดาวรุ่งจากสโมสร ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น คอยช่วยทำหน้าที่เพิ่มเติมมิติทางด้านเกมส์รุกให้อยู่ข้างหลังเหมือนเดิม 

  อิตาลี

มาร์เชลโล่ ลิปปี้ อิล.ชี.ที.ของทีม เกมส์นี้มีปัญหาให้ต้องปวดหัวเยอะแยะทีเดียว เมื่อจะไม่สามารถเรียกใช้บริการของ เมาโร คาโมราเนซี่ ตัวริมเส้นมากเทคนิค กับ อันเดรีย ปีร์โล่ มิดฟิลด์ตัวเชื่อมเกมส์คนสำคัญ ลงสนามช่วยทีมได้อย่างแน่นอนแล้ว เนื่องจากแต่ละคนนั้น ต่างยังคงติดปัญหาอาการบาดเจ็บตามรุมเร้าเล่นงานอยู่ อีกทั้งต้องลุ้นอย่างหนักด้วยว่าจะสามารถลงสนามในรายการ เวิลด์ คัพ ได้หรือไม่ด้วย ขณะที่ จอร์โจ้ คิเอลลินี่ เซ็นเตอร์จอมแกร่งจากสโมสร ยูเวนตุส เกมส์นี้ก็จะเป็นอีกคนที่ยังคงไม่แน่ไม่นอนว่าจะได้ลงเล่นหรือไม่เช่นเดียวกัน เพราะว่าถูกโรคเดี้ยงตามรบกวนอยู่ไม่เลิกนั่นเอง ทำให้ต้องรอเช็คสภาพความฟิตกันต่อไป อย่างไรก็ตามคาดว่าอย่างดีก็น่าจะได้เริ่มต้นที่ม้านั่งสำรองข้างสนามไปก่อนเท่านั้น ด้านในส่วนของผู้เล่น 23 คนชุดลุยศึก ฟุตบอลโลก 2010 คนอื่น ๆ ที่เหลือนอกเหนือจากนี้ ทุกคนยังคงถือว่าอยู่กัน และพร้อมที่จะลงเล่นให้กับทีมได้ทั้งหมดตามปกติ โดยในระบบ 4-2-3-1 ของทีม เกมส์นี้คาดว่า อัลแบร์โต้ จิลาร์ดิโน่ ตัวจบสกอร์คนเก่งจากสโมสร ฟิออเรนติน่า นัดนี้น่าจะยังคงได้ลงประจำการในตำแหน่งศูนย์หน้าตัวเป้า เพื่อทำการล่าสังหารตาข่ายฝ่ายตรงข้ามต่อไปเช่นเคย พร้อมมี วินเชนโซ่ ยาควินต้า กองหน้าร่างโย่งจากสโมสร ยูเวนตุส , เคลาดิโอ มาร์คิซิโอ กองกลางสารพัดประโยชน์จากต้นสังกัดเดียวกัน และ อันโตนิโอ ดิ นาตาเล่ เตรกวาติสต้ามากเทคนิค คอยช่วยกันทำหน้าที่สร้างสรรค์เกมส์รุกให้อยู่ข้างหลังไม่มีเปลี่ยนแปลง

การพบกันล่าสุด

สวิตเซอร์แลนด์ เสมอ  อิตาลี  0-0 กระชับมิตร

สวิตเซอร์แลนด์ เสมอ  อิตาลี  1-1 กระชับมิตร

สวิตเซอร์แลนด์ แพ้  อิตาลี  1-2 กระชับมิตร

สวิตเซอร์แลนด์ เสมอ  อิตาลี  0-0 ฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป

อิตาลี  ชนะ  สวิตเซอร์แลนด์ 2-0 ฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป

ฟอร์ม 5 นัดหลังสุดของทั้ง 2 ทีม

สวิตเซอร์แลนด์

แพ้ คอสตาริก้า  0-1 เหย้า กระชับมิตร

แพ้ อุรุกวัย   1-3 เหย้า กระชับมิตร

แพ้ นอร์เวย์   0-1 เหย้า กระชับมิตร

เสมอ อิสราเอล   0-0 เหย้า ฟุตบอลโลก รอบคัดเลือก

ชนะ ลักเซมเบิร์ก  3-0 เยือน ฟุตบอลโลก รอบคัดเลือก

 อิตาลี

แพ้ เม็กซิโก   1-2 กลาง กระชับมิตร

เสมอ แคเมอรูน   0-0 เหย้า กระชับมิตร

ชนะ สวีเดน   1-0 เหย้า กระชับมิตร

เสมอ ฮอลแลนด์   0-0 เหย้า กระชับมิตร

ชนะ ไซปรัส   3-2 เหย้า ฟุตบอลโลก รอบคัดเลือก

รายชื่อ 11 คนแรกที่คาดว่าจะลงสนาม

สวิตเซอร์แลนด์ (4-4-1-1) : ดิเอโก้ เบนาโย่ ; สเตฟาน ลิชท์สไตเนอร์ , ฟิลิปป์ เซนเดรอส , สเตฟาน กริชติ้ง , เรโต้ ซิ๊กเลอร์ ; ทรานควิลโล่ บาร์เน็ตต้า , โกคาน อินแลร์ , เบนจามิน ฮัลเกล , มาร์โก้ ปาดาลิโน่ ; เอเรน เดอร์ดิย็อค ; อเล็กซานเดอร์ ฟราย

 อิตาลี (4-2-3-1) : จานลุยจิ บุฟฟ่อน ; จานลูก้า ซามบร็อตต้า , เลโอนาร์โด้ โบนุชชี่ , ฟาบิโอ คันนาวาโร่ , โดเมนิโก้ คริสชิโต้ ; อันเจโล่ ปาลอมโบ (ริคคาร์โด้ มอนโตลิโว่) , ดานิเอเล่ เด รอสซี่ ; อันโตนิโอ ดิ นาตาเล่ , เคลาดิโอ มาร์คิซิโอ , วินเชนโซ่ ยาควินต้า (ซิโมเน่ เปเป้) ; อัลแบร์โต้ จิลาร์ดิโน่

วิเคราะห์เกมส์

แม้ว่าชื่อชั้น และดีกรีความสำเร็จจะเป็นรอง แต่สำหรับเกมส์นี้แล้วคงต้องบอกว่า สวิตเซอร์แลนด์ น่าจะต้องถือว่าได้เปรียบกว่าอยู่ทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นการจะได้ลงเล่นในถิ่น , กำลังใจจากแฟนบอล รวมไปถึงสภาพความพร้อมของทีมด้วย เนื่องจากตัวหลัก ๆ หลายคนยังคงถือว่าอยู่กันครบนั่นเอง

ขณะที่ “ยิ อัซซูร์รี่” อิตาลี นั้น เกมส์นี้ต้องถือว่ามาเยือนด้วยสภาพทีมที่ค่อนข้างจะแย่ โดยเฉพาะการขาดตัวหลักอย่าง เมาโร คาโมราเนซี่ และ อันเดรีย ปีร์โล่ ไป ซึ่งนั่นถือได้ว่าจะส่งผลกระทบต่อทีมอย่างไม่ต้องสงสัยเลย อีกทั้งสภาพความพร้อมก็ยังคงถือว่าไม่ได้ลงตัวเท่าไหร่นักอีกด้วย แถมเพิ่งจะลงอุ่นเครื่องกับ เม็กซิโก เมื่อวันพฤหัสที่ผ่านมาอีกต่างหาก ทำให้อาจจะมีอาการล้าได้ ซึ่งทั้งหมดแสดงให้เห็นแล้วว่า พวกเขาดูไม่ได้เปรียบอะไรเลยในเกมส์นี้แต่อย่างใด

เกมส์นี้มองแล้ว แม้ว่า สวิตเซอร์แลนด์ จะมีชื่อชั้นที่ดูเป็นรองกว่า ทว่าด้วยความที่หลาย ๆ สิ่งหลาย ๆ อย่างในนัดนี้นั้น พวกเขาถือว่าดูดีกว่าไปซะหมดในหลาย ๆ แง่มุมข้างต้นดังกล่าว เชื่อว่าโอกาสที่จะเป็นเจ้าบ้านที่จะเก็บผลการแข่งขันด้านบวกไปสำหรับเกมส์นี้นั้น น่าจะมีความเป็นไปได้มากที่สุด โดยอย่างน้อยก็คือเสมอ และดีไม่ดีถ้าทุกอย่างต่างเกิดลงตัวขึ้นมาแล้วหละก็ ก็อาจจะมีรายการ “คว่ำแชมป์โลก” ขึ้นมาได้ด้วยเช่นเดียวกัน

ฮังการี vs เยอรมัน

สภาพความพร้อมล่าสุด
 ฮังการี เจ้าบ้าน จะไม่มี โซลตัน เกร่า, โทมัส ฮาจนาล และ บาลาซส์ โทธ์ ที่ไม่ได้เดินทางมากับทีม ทำให้ เออร์วิน คูมัน กุนซือใหญ่ของทีมมีตัวเลือกในการจัดทัพน้อยมาก เพราะหลายๆคน เป็นแข้งหน้าใหม่ที่เพิ่งติดทีมชาติครั้งแรก ไม่ว่าจะเป็น คริซเตียน เนเม็ธ และ วลาดิเมียร์ โคมัน ทั้งคู่มีประวบการณ์ในทีมชาติน้อยมาก ด้านระบบการเล่น คูมัน จะเลือก 4-2-3-1 ซาโบลส์ ฮุสตี้, วลาดิเมียร์ โคมัน,  บาลาซส์ ซุดแซค และ ซานดอร์  ทอร์เกลเล่ จะช่วยกันประสานงานในแดนกลางและแนวรุก

ด้านทีมเยือน “อินทรีเหล็ก”เยอรมัน มีข่าวร้ายเข้ามาในแคมป์ใส้กรอกไม่หยุดหย่อน ไล่ตังแต่ มิชาเอล บัลลัค กัปตันทีมคนสำคัญบาดเจ็บหมดสิทธิ์ช่วยทีมในศึกฟุตบอลโลกครั้งนี้, ไซม่อน โรลเฟส ก็ถอนตัวออกไปแล้ว รวมถึง คริสเตียน เทรสช์ และ เรเน่ อ๊าดเลอร์ 2 ตัวหลักก็ตกเครื่องไปก่อนเพื่อนอย่างน่าเสียดาย

  ส่วนการจัดทัพในเกมส์นี้ โจอาคิม เลิฟ จะทดลองผู้เล่นหน้าใหม่ลงสนามบ้าง อย่าง ซามี่ เกดิร่า, พิโอเตอร์ โทรชอฟสกี้ และ ฮีโก้ เวสเตอร์มาน ส่วนทางแบ็คซ้าย จะพัก ฟิลลิปป์ ลาห์ม และส่ง เดนนนิส โอโก้ ลงมาพิสูจน์ฝีมือบ้าง ขณะที่แดนหน้า”เจ้าเวหา”มิโรสลาฟ โคลเซ่ จะกลับมายืนตัวจริง ซึ่งต้องชั่งใจว่า เลิฟ จะจัดทัพอย่างไร อาจจะเป็น 1-2-3-1, 4-4-2 หรือ 4-3-3 ตามความเหมาะสม

  ผลการพบกันของทั้งสองทีม

เยอรมัน แพ้ ฮังการี 0-2

ฮังการี แพ้ เยอรมัน 2-5

ฮังการี เสมอ เยอรมัน 0-0

 ฟอร์ม 5 นัดหลังสุดของ 

 ฮังการี

เสมอ รัสเซีย 1-0 เยือน / อุ่นเครื่อง

แพ้ เบลเยี่ยม 0-3 เยือน / อุ่นเครื่อง

ชนะ เดนมาร์ค 1-0 เยือน คัดบอลโลก 2010

แพ้ โปรตุเกส 0-3 เยือน คัดบอลโลก 2010

แพ้ โปรตุเกส 0-1 เหย้า คัดบอลโลก 2010

 เยอรมัน

ชนะ มอลตา 3-0 (เหย้า) อุ่นเครื่อง 

แพ้ อาร์เจนติน่า 0-1 (เหย้า) อุ่นเครื่อง

เสมอ ไอวอรี่โคสต์ 2-2 (เหย้า) อุ่นเครื่อง

เสมอ ฟินแลนด์ 1-1 (เหย้า) คัดบอลโลก 2010

ชนะ รัสเซีย  1-0 (เยือน) คัดบอลโลก 2010

 รายชื่อนักเตะที่คาดว่าจะลงสนาม

 ฮังการี (4-2-3-1) : กาบอร์ กิราลี่ ; ลาสซโล่ บอตนาร์, วิลมอส วานซ์ซัค, โลลันด์ จูฮัสซ์,  โบลดิซาร์ โบดอร์; โซลตัน เซเลซี่, คริสเตียน วาโดคซ์ ; ซาโบลส์ ฮุสตี้, วลาดิเมียร์ โคมัน,  บาลาซส์ ซุดแซค; ซานดอร์  ทอร์เกลเล่

 เยอรมัน (4-2-3-1) : มานูเอล นอยเออร์ ; ออาร์เน่ เฟรดิช, แพร์ แมร์เตซัคเกอร์, แซร์ดาร์ ทาสซี่, เดนนนิส โอโก้ ; ฮีโก้ เวสเตอร์มาน, ซามี่ เกดิร่า ; พิโอเตอร์ โทรชอฟสกี้, เมซุต โอซิล, ลูคัส โพดอสกี้ ; มิโรสลาฟ โคลเซ่

 วิเคราะห์เกมส์

   ยังคงต้องเต็มที่สำหรับ”อินทรีเหล็ก” เพราะ เลิฟ ยังต้องหั่นนัเตะทิ้งให้เหลือ 23 คน ซึ่งถ้าไม่อยากตกเครื่อง บรรดาแข้งใส้กรอกต้องเต็มที่กันทุกคน ดังนั้นด้านแรงจูงใจ ฝ่ายทีมเยือนเหนือกว่ามาก บวกกับมาตราฐานก็เป็นต่อ เนื่องจาก เจ้าบ้าน ขาดผู้เล่นตัวหลักหลายคน แถมยังใช้ผู้เล่นหน้าใหม่ประสบการณ์น้อยลงสนาม ดูยังไงก็คงยากที่จะต้านความแกร่งของเยอรมัน ที่เน้นเป็นพิเศษก่อนลุยฟุตบอลโลก ซึ่งคาดว่าจะบุกไปชนะได้เป็นอย่างน้อย และน่าจะเกินแต้มต่อ”หนึ่งลูก”ไปอย่างไม่ยาก

นอร์เวย์ vs ยูเครน

ร่วมสนุกทุกการแข่งขันได้ด้วยการแทงบอลออนไลน์กับเว็ป http://ebet88.com

ฟุตบอลกระชับมิตร ทีมชาติ

นอร์เวย์ v ยูเครน

วันที่ 2 มิถุนายน 2553

เวลา : 00.00 น.

ถ่ายทอดสด : -

อัตราต่อรอง เซอร์เบีย  ต่อ 0.5+1-5
ผลงานล่าสุดของ นอร์เวย์

29/05/10  แข่งกระชับมิตร ระหว่างประเทศ  นอร์เวย์ vs. มอนเตเนโกร  ชนะ – 2:1 

03/03/10  แข่งกระชับมิตร ระหว่างประเทศ  สโลวาเกีย vs. นอร์เวย์  ชนะ – 0:1 

14/11/09  แข่งกระชับมิตร ระหว่างประเทศ  สวิตเซอร์แลนด์ vs. นอร์เวย์  ชนะ – 0:1 

10/10/09  แข่งกระชับมิตร ระหว่างประเทศ  นอร์เวย์ vs. แอฟริกาใต้  ชนะ – 1:0 

09/09/09  เวิลด์ คัพ รอบคัดเลือก ยูฟ่า กลุ่ม 9  นอร์เวย์ vs. มาซิโดเนีย  ชนะ – 2:1 

05/09/09  เวิลด์ คัพ รอบคัดเลือก ยูฟ่า กลุ่ม 9  ไอซ์แลนด์ vs. นอร์เวย์  เสมอ – 1:1 

ผลงานล่าสุดของ ยูเครน

29/05/10  แข่งกระชับมิตร ระหว่างประเทศ  ยูเครน vs. โรมาเนีย  ชนะ – 3:2 

25/05/10  แข่งกระชับมิตร ระหว่างประเทศ  ยูเครน vs. ลิทัวเนีย  ชนะ – 4:0 

18/11/09  เวิลด์คัพ รอบคัดเลือก โซนยุโรป เพลย์ออฟ  ยูเครน vs. กรีซ  แพ้ – 0:1 

14/11/09  เวิลด์คัพ รอบคัดเลือก โซนยุโรป เพลย์ออฟ  กรีซ vs. ยูเครน  เสมอ – 0:0 

14/10/09  เวิลด์ คัพ รอบคัดเลือก ยูฟ่า กลุ่ม 6  อันดอร์รา vs. ยูเครน  ชนะ – 0:6 

10/10/09  เวิลด์ คัพ รอบคัดเลือก ยูฟ่า กลุ่ม 6  ยูเครน vs. อังกฤษ  ชนะ – 1:0 
สถิติทั้งสองทีมเคยเคยพบกัน

19/11/08  แข่งกระชับมิตร ระหว่างประเทศ  ยูเครน vs. นอร์เวย์  1:0 
รายชื่อผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนาม

นอร์เวย์ (4-4-2) : รูเน่ ยาร์สไตน์ – ยอห์น อาร์เน่ รีเซ่, เบรเด้ ฮันเกลันด์, ตอเร่ เรกูนิอุสเซ่น, เอเติล โรอาร์ ฮาแลนด์ – มอร์เตน กัมส์ท พีเดอร์เซ่น, คริสเตียน กรินด์ไฮม์, เฟรดริก สตรอมตัด – ยอห์น คาริว, เอริค เนฟแลนด์
ยูเครน (4-1-3-2) : อังเดร พียาตอฟ ; โวโลดีเมียร์ โพลีออฟยี่ , ทาราส มิคาลิค , ดมิโทร ชิกรินสกี้ , วาซิล โคบิน ; อนาโตลี ติโมชุค ; รุสลาน โรทาน , เยฟเฮ้น โคโนปล์ยานก้า , โอเล็กซานเดอร์ อลิเยฟ ; อาร์เต็ม มิเลฟสกี้ , อังเดร เชฟเชนโก้

วิเคราะห์เจาะลึก

เจ้าถิ่นทีมนอร์เวย์ทำผลงานได้ดีเหลือนเกินได้ลงเล่นไม่แพ้ใครมา 7 นัด โดยชนะถึง 6 เกม และเป็นการชนะรวดมา 5 เกมติด ส่วน ทีมเยือนยูเครน อุ่นเครื่องไม่เลวทีเดียวในการเอาชนะ 2 เกมเช่นเดียวกัน เกมนี้ได้มาอุ่นเครื่องกันถือว่าสูสีเลยทีเดียว แต่นัดนี้อย่างไรก็ตามถือว่านอร์เวย์ได้เปรียบไม่น้อยในเรื่องที่ได้เปิดบ้านกรุงออสโล ตอนรับการมาเยือนจากยูเครน จึงทำให้แฟนๆ นอร์เวย์ได้เข้าไปเชียร์ได้อย่างเต็มทีทำให้เกมนี้ นอร์เวย์จะชนะไปได้ก็มาจากเสียงเชียร์ของแฟนๆ บอลนี่เอง

สกอร์ตามคาด : เจ้าถิ่นเก็บชัย 1-0

สิงห์โตปะทะซามูไร

ขุนศึกทีมชาติอังกฤษที่เดินทางไปเก็บตัวที่ประเทศออสเตรียได้ ลงอุ่นแข้งกับทีมชาติญี่ปุ่น ก่อนลุยศึกฟุตบอลโลก 2010 ที่แอฟริกาใต้ โดย ฟาบิโอ คาเปลโล กุนซือชาวอิตาเลียนส่ง เดวิด เจมส์ เฝ้าเสา แดนกลางให้ ทอม ฮัดเดิลสโตน คอยตัดเกม ส่วนแข้งเชลซีที่ได้พักจากเกมส์อัด เม็กซิโก คืนสนามทั้งหมดไม่ว่าจะเป็น จอห์น เทอร์รี, แอชลีย์ โคล หรือว่า แฟรงค์ แลมพาร์ด ส่วน ทาเคชิ โอกาดะ ส่งขุนพล “ซามูไร” ชุดใหญ่ลงสนามขาดไปแต่เพียง ชุนซึเกะ นากามูระ ที่เจ็บข้อเท้า แนวรุกมี เคซุเกะ ฮอนดะ เป็นตัวความหวัง

เริ่มเกมส์การแข่งขัน อังกฤษ พยายามครองเกมส์บุก แต่ผ่านไป 7 นาทีกลายเป็น ญี่ปุ่น ที่ขึ้นนำ 1-0 จากลูกสูตรเปิดลูกเตะมุมเรียดมาบริเวณหัวกะโหลกของ ยาซุฮิโตะ เอ็นโดะ ให้ทาง มาร์คัส ตูลิโอ ทานากะ ขุนแข้งบราซิเลียนซึ่งเพิ่งได้สัญชาติญี่ปุ่นวิ่งเข้ามาจุดนัดพบตะบันด้วยขวาส่งบอลแหวกผู้เล่นทั้ง 2 ฝ่ายผ่านมือ เดวิด เจมส์ ซุกก้นตาข่ายอย่างสวยงาม พอเสียประตูไป “สิงโตคำราม” ดันเกมส์ลุยแต่ยังไม่เป็นผลแถมเกือบโดนไปอีก ชินจิ โอกาซากิ พลิกบอลหลบ จอห์น เทอร์รี ก่อนปั่นด้วยซ้ายบอลหลุดสามเหลี่ยมไปแบบได้ลุ้น

นาทีที่ 19 อังกฤษ เกือบได้ประตูตีเสมอเช่นกันเมื่อ ทอม ฮัดเดิลสโตน ตัดบอลได้กลางสนามก่อนแทงให้ เวย์น รูนีย์ ทิ่มใส่พานให้ อารอน เลนนอน หลุดเข้ากรอบโทษยิงด้วยขวาแต่ ไอจิ คาวาชิมา ออกมาบล็อกได้เร็ว ผ่านครึ่งทางของครึ่งแรก “สิงโตคำราม” ได้ฟรีคิกระยะหวังผลแต่ แฟรงค์ แลมพาร์ด ปั่นไปตรงตัวนายทวารยุ่น ครึ่งชั่วโมงพอดี “สิงโตคำราม” ได้ส้มหล่น ยูริ นากาซาวา โหม่งบอลผิดเหลี่ยมโด่งเข้ากรอบโทษ ดาร์เรน เบนท์ กระโดดขึ้นโหม่งได้ก่อน คาวาชิมา ขึ้นชกแต่บอลไม่ตรงกรอบ ท้ายครึ่งแรก ฮัดเดิลสโตน ส่องไกล รูนีย์ เปลี่ยนทางบอลด้วยลูกส้นแต่ไม่ตรงเป้าหมาย จบ 45 นาทีแรก คาเปลโล มีการบ้านให้คิดกันเยอะทีเดียว

ลงมาลุยต่อครึ่งหลัง คาเปลโล เปลี่ยนผู้เล่นรวดเดียว 5 รายส่งทั้ง โจ ฮาร์ท, เจมี คาร์ราเกอร์, สตีเวน เจอร์ราร์ด, ฌอน ไรท์-ฟิลลิปส์ รวมถึง โจ โคล ลงมาเล่นแทน เจมส์, เกล็น จอห์นสัน, ฮัดเดิลสโตน, ธีโอ วัลคอตต์ และเบนท์ แต่นาทีที่ 51 ญี่ปุ่น ได้ทักทายก่อน เคซุเกะ ฮอนดะ พลิกเข้ามาตะบันด้วยเท้าซ้ายเต็มๆ บอลเฉียดคานไปนิดเดียวเท่านั้น ห้านาทีถัดมา อังกฤษ ได้ลูกที่จุดโทษเมื่อ แฟรงค์ แลมพาร์ด ปั่นฟรีคิก ฮอนดะ ชูมือขึ้นมาแฮนด์บอล ผู้ตัดสินไม่รอช้าเป่านกหวีดยาวแต่ แลมพ์ ดันซัดบอลไปติดเซฟ คาวาชิมา หนึ่งชั่วโมงผ่านไป รูนีย์ ได้ส่องแต่ก็ยังไปตรงตัวนายทวารคู่แข่ง

นาที 66 ทัพซามูไรสวนกลับขึ้นมาน่ากลัว ทากายูกิ โมริโมโตะ กองหน้าที่เล่นอยู่กับ คาตาเนีย ในเซเรีย อา อิตาลี ลงมาเป็นตัวสำรองได้โอกาสซัดบอลแฉลบแผงหลังอังกฤษแต่ ฮาร์ท ยังไม่หลงปัดเอาไว้ได้ เข้าสู่ช่วง 20 นาทีสุดท้าย “สิงโตำคำราม” โหมหนักขึ้นเป็นลำดับ รูนีย์ ปั่นด้วยขวาบอลโค้งจะเสียบสามเหลี่ยมแต่ คาวาชิมา โชว์ซูเปอร์เซฟอีกครั้ง อย่างไรก็ตาม ถึงนาทีที่ 72 สกอร์กลับมาเสมอกัน 1-1 เมื่อ โจ โคล โยนบอลจากกราบขวา ทานากะ โหม่งพลาดเข้าประตูตัวเอง เท่ากับวันนี้เขาทำคนเดียวสองประตู และก่อนหมดเวลา 7 นาที อังกฤษ มาได้ประตูชัย 2-1 แอชลีย์ โคล เติมขึ้นมาทางซ้ายก่อนผ่านเข้าใน นากาซาวา สไลด์สกัดผิดเหลี่ยมเข้าประตูตัวเอง ครบ 90 นาที ลูกทีมของ คาเปลโล พิชิตชัยแบบเฮงๆ

รายชื่อ 11 ผู้เล่นตัวจริงของทั้งสองทีม

อังกฤษ : เดวิด เจมส์ , เกล็น จอห์นสัน , ริโอ เฟอร์ดินานด์ , จอห์น เทอร์รี , แอชลีย์ โคล , ธีโอ วัลคอตต์ , ทอม ฮัดเดิลสโตน , แฟรงค์ แลมพาร์ด , อารอน เลนนอน , เวย์น รูนีย์ , ดาร์เรน เบนท์

ญี่ปุ่น : ไอจิ คาวาชิมา , ยูโตะ นากาโตโมะ , ยูริ นากาซาวา , ยูกิ อาเบะ , ยาซุคุกิ คอนโนะ , มาร์คัส ตูลิโอ ทานากะ , มาโกโตะ ฮาซาเบะ , ยาซุฮิโตะ เอ็นโดะ , เคซุเกะ ฮอนดะ , โยชิโตะ โอกูโบะ , ชินจิ โอกาซากิ

  อังกฤษ ชนะ ญี่ปุ่น 2-1 ร่วมสนุกทุกการแข่งขันด้วยการแทงบอลออนไลน์กับเว็ป http://ebet88.com

แลนดอน โดโนแวน

ทีมชาติ : สหรัฐอเมริกา  วันเกิด : 4 มีนาคม ค.ศ. 1982  สูง : 173 เซนติเมตร  หนัก : 67 กิโลกรัม ตำแหน่ง : กองหน้

สโมสร : ลอสแองเจิลลิส กาแล็กซี่   ติดทีมชาติ : 96 นัด  ยิงประตูในทีมชาติ : 35 ลูก

เล่นทีมชาตินัดแรก : 25/10/2000, สหรัฐอเมริกา – เม็กซิโก (2-0)

เล่นทีมชาตินัดล่าสุด : 03/03/2010, เนเธอร์แลนด์ – สหรัฐอเมริกา (2-1)

ยิงประตูในทีมชาตินัดแรก : 25/10/2000, สหรัฐอเมริกา – เม็กซิโก (2-0)

ยิงประตูในทีมชาตินัดล่าสุด : 10/10/2009, ฮอนดูราส – สหรัฐอเมริกา (2-3)

เกียรติประวัติกับทีมชาติ

- ฟุตบอลโลก: รอบ 4 ทีมสุดท้าย 2002, รอบแรก 2006

- คอนเฟเดอร์เรชั่น คัพ: รอบสุดท้าย 2009

- แชมป์โกล์ด คัพ 2002, 2005, 2007, 1 รอบสุดท้าย 2009

เกียรติประวัติกับสโมสร

- แชมป์เอ็ม แอล เอส คัพ 2001, 2003, 2005 (ลอสแองเจิลลิส กาแล็กซี่)

- แชมป์ยู เอส โอเพ็น คัพ 2005(ลอสแองเจิลลิส กาแล็กซี่)

 เกียรติประวัติส่วนตัว

- นักฟุตบอลอเมริกันยอดเยี่ยมของปี 2002, 2003, 2004, 2007, 2008, 2009

- นักเตะอายุต่ำกว่า 17 ปี ยอดเยี่ยมในฟุตบอลโลกปี 1999

 ประวัติ

แลนดอน โดโนแวน ได้สร้างสถิติเป็นผู้ยิงประตูสูงสุดให้กับทีมชาติสหรัฐ ด้วยฟอร์มการเล่นที่ร้อนแรงแรงของเขา ก็ช่วยพา อเมริกา ไปลุย ฟุตบอลโลก 2010 สำเร็จ จนได้โดโนแวน เริ่มต้นอาชิพค้าแข้งที่สโมสร ลอสแองเจิลลิส กาแล็กซี่ ทว่าทีมที่สร้างชื่อเสียงโด่งดังให้แก่เขาคือ 2 ทีมในเยอรมัน อย่าง เลเวอร์คูเซ่น และ บาเยิร์น มิวนิคจุดเริ่มของการเป็นนักเตะอาชีพของเจา คือในปี 1999 เขาติดทีมชาติสหรัฐ ไปทำศึกฟุตบอลอายุไม่เกิน 17 ปี ที่นิวซีแลนด์ และทีมของเขาก็คว้าอันดับ 4 มาครอง เขาโชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยมมาก และถูกโหวตให้เป็นนักเตะยอดเยี่ยม จนทำให้ เลเวอร์คูเซ่น ต้องมาคว้าตัวเขาไปร่วมทีมจากนั้นในปี 2000 โดโนแวน ก็พาทีมชาติสหรัฐ ไปลุยศึกโอลิมปิก และทีมก็ได้อันดับ 4 อีกครั้ง และในปีเดียวกันนั้น ที่ เลเวอร์คูเซ่น เขากลับต้องตกเป็นตัวสำรองของทีมหลังจากไม่มีตำแหน่งตัวจริง เขาก็ถูก เลเวอร์คูเซ่น ปล่อยให้ ซาน โจเซ่ เอิร์ธเควก มายืมตัวไปเล่น ในปี 2001 และเขาก็ไม่มทำให้ทีมใหม่ผิดหวัง เมื่อช่วยให้ทีมคว้าแชมป์ เอ็มแอลเอส คัพ สำเร็จในปี 2002 โดโนแวน ก็ได้สร้างปรากฎการณ์อีกครั้ง เมื่อเขานำทีมชาติสหรัฐ ไปลุยศึกฟุตบอลโลก ฉบับเอเชีย และทีมชาติของเขาก็ตะลุยผ่านเข้าไปถึงรอบ 8 ทีมสุดท้าย แบบไม่มีใครคาดคิดจากนั้นในปี 2003 โดโนแวน ก็ยังโชว์ฟอร์มยอดเยี่ยม เมื่อเขานำ เอิร์ธเควก คว้าแชมป์ เอ็มแอลเอส คัพ เป็นสมัยที่สอง ก่อนที่เขาจะคืนสู่ เลวเอร์คูเซ่น ในปี 2005แต่อยู่ เลเวอร์คูเซ่น ได้ไม่นาน เขาก็ต้องย้ายกลับมาเล่นในอเมริกาอีกครั้ง กับต้นสังกัดใหม่ คือ ลอสแองเจิลลิส กาแล็กซี่ และที่นี่เขาก็ระเบิดฟอร์มการเล่นสุดเยี่ยม เมื่อนำต้นสังกัดคว้าแชมป์เป็นครั้งแรก เท่านั้นไม่พอ เขายังพาทีมชาติ คว้าแชมป์ โกล์ด คัพ 2005 อีกด้วยในปี 2006 โดโนแวน ยังคงเป็นผู้นำของทีมชาติสหรัฐ ไปลุยศึกฟุตบอลโลก ที่เยอรมัน ทว่าก็ไปไม่รอด จอดป้ายแค่รอบแรก เท่านั้น เมื่อต้องพ่ายแก่ กานา เช็ก และ เสมอกับ อิตาลี มีเพียงแต้มเดียว เท่านั้นโดโนแวน สร้างสถิตใหม่อีกครั้ง ในปี 2008 เมื่อเขายิงได้ถึง 35 ประตูให้กับทีมชาติสหรัฐ และต่อมาในปี 2009 เขายังต้องพบการความตื่นเต้นอีกครั้ง เมื่อเขาได้ร่วมทีมกับ เดวิด เบ็คแฮม ซูปเปอร์สตาร์ลูกหนังชาวอังกฤษ ที่ย้ายมาร่วมทีม ลอสแองเจิลลิส กาแล็กซี่และหลังจากจบฤดูกาล 2009 ของลีกลูกหนังสหรัฐ ทั้งโดโนแวน และ เบ็คแฮม ต่างถูกดึงตัวกลับไปเล่นในลีกยุโรป โดย โดโนแวน นั้น ถูก เอฟเวอร์ตัน ยืมตัวไปใช้งาน และเขาก็ไม่ได้ทำให้แฟนๆ เอฟเวอร์ตัน ผิดหวัง เลยเมื่อ โชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยม และกลายเป็นนักเตะตัวหลัก ที่ทีมจะขาดไม่ได้เลย จนกระทั่งหมดสัญญา และกลับคืนสู่ลีกสหรัฐ อีกครั้ง นั่นเองร่วมสนุกกับฟุตบอลโลก 2010 ได้ด้วยการแทงบอลออนไลน์กับเว็บ http://ebet88.com

“สาลิกาดง”นิวคาสเซิ่ล

“สาลิกาดง” นิวคาสเซิ่ล จ่าฝูงแชมเปี้ยนชิพ ได้เลื่อนกลับมาเล่นในพรีเมียร์ ลีก เป็นที่เรียบร้อยแล้ว หลังจาก ฟอเรสต์ ทีมอันดับสามของตารางที่ลงแข่งขันไปก่อนหน้านี้ ไม่สามารถเอาชนะ คาร์ดิฟฟ์ ได้ ส่งผลให้ สาลิกา ลอยชายขึ้นชั้นแบบไม่ต้องออกแรง เนื่องจากคะแนนทิ้งขาดฟอเรสต์ ไปแล้ว

  เกมส์นี้ได้ แอนดรูว์ แคร์โรลล์ กองหน้าฟิตกลับมาล่าตาข่ายกับ ปีเตอร์ โลเวนครานด์ส ส่วน “ดาบคู่” เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด ไม่ชนะใครเลยใน 4 เกมหลังสุด โอกาสเล่นรอบเพลย์-ออฟ เหลือน้อยลงทุกทีๆ นัดนี้ส่ง ริชาร์ด เครสส์เวลล์ กับ ดาริอุส เฮนเดอร์สัน ล่าตาข่าย ออกสตาร์ทครึ่งแรกได้แค่ 8 นาที สาลิกาดง ได้ลุ้นก่อน จากจังหวะที่โต้กลับเร็วขึ้นมาทาง โลเวนครานด์ส ไหลย้อนกลับให้ แดนนี่ กัทธรี ทิ่มบอลหลุดเสาไป เจ้าบ้านบุกอยู่ข้างเดียว เควิน โนแลน จ่ายบอลตัดแนวรับให้กับ เวย์น เร้าท์เล็ดจ์ สปีดเข้าไปยิงบอลเหินข้ามคานไปในนาทีที่ 12 อย่างไรก็ตาม ดาบคู่ ออกนำจนได้ในนาทีที่ 22 จากจังหวะที่ เจมส์ ฮาร์เปอร์ เปิดลูกเตะมุมจากทางซ้ายมาให้ ริชาร์ด เครสส์เวลล์ กองหน้าตัวเก่ง โหม่งเช็ดกลับหลังเข้าประตูไปให้ เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด นำก่อน 1-0 กระเถิบมาถึงนาทีที่ 32 เจ้าบ้านได้โอกาสลุ้น โฮนาส กูเตียร์เรซ เปิดบอลออกทางซ้ายให้ โฆเซ่ เอ็นริเก้ ไหลบอลเข้ากลางให้ เร้าท์เล็ดจ์ ปั่นด้วยขวาหลุดเสาออกไปสองนาทีให้หลัง แดนนี่ กัทธรี ยิงฟรีคิกเข้ามาโดน สตีฟ ซิโมนเซ่น นายทวารดาบคู่ ป้องกันได้ มาถึงนาทีที่ 39 สาลิกาดง ได้ลุ้นต่อเนื่อง กัทธรี  เปิดลูกเตะมุมจากทางซ้ายมาให้ แอนดรูว์ คาร์โรลล์ โหม่งหลุดเสาออกไปนิดเดียว

  ก่อนหมดครึ่งแรก 3 นาที ฮาร์เปอร์ เปิดเตะมุมจากทางซ้ายมาหน้าประตู บอลขลุกขลิก ก่อนมาเข้าทาง ลี วิลเลียมสัน ยิงไปติดแขน ผู้เล่นเจ้าบ้าน ผู้ตัดสินไม่ว่าอะไรปล่อยให้เล่นต่อนาทีสุดท้ายของครึ่งแรก สาลิกา ไล่ตีเสมอสำเร็จจากจังหวะที่ คริส มอร์แกน กองหลังดาบคู่ ไปกด แอนดรูว์ คาร์โรลล์ ในเขตโทษ ผู้ตัดสินเป่าให้จุดโทษทันที ก่อนที่ ปีเตอร์ โลเวนครานด์ส รับหน้าที่สังหารไม่พลาดให้ทีมไล่มา 1-1 เมื่อครบ 45 นาทีแรก โดยช่วงก่อนพักครึ่ง แกรี่ สปีด ผู้ช่วยผู้จัดการทีมของดาบคู่ ที่ไปประท้วงผู้ตัดสินโดนไล่ออกให้ขึ้นไปนั่งบนอัฒจันทน์ด้วย  เข้าสู่ครึ่งหลังได้แค่ 4 นาที ดาบคู่ ได้ลุ้นก่อนเลยเมื่อ เจมส์ ฮาร์เปอร์ ปั่นฟรีคิกบอลข้ามคานไป หนึ่งชั่วโมงของเกม ปีเตอร์ โลเวนครานด์ส หัวหอกของเจ้าถิ่น หลุดมาทางด้านซ้าย ก่อนกดบอลไม่ลงเหินข้ามคานไป ทีมเยือนยังสู้ได้ดี มีลุ้นเช่นกันในนาทีที่ 65 จากการส่องของ ดาริอุส เฮนเดอร์สัน แต่ไม่ผ่านมือ สตีฟ ฮาร์เปอร์ นายทวารนิวคาสเซิ่ล สาลิกา ยังคุมเกมได้ดีกว่ามีลุ้นในนาทีที่ 68 จากจังหวะที่ สตีฟ ฮาร์เปอร์ นายทวารตัวเก๋าขว้างบอลเร็วมาให้กับ โฮนาส กูเตียร์เรซ ปีกดีกรีทีมชาติอาร์เจนติน่า ควบจากกลางสนามไปทางกรอบเขตโทษด้านซ้ายก่อนยิงหักข้อบอลไปชนเสาสองออกมา

 กระนั้นก็ดี นิวคาสเซิ่ล มาได้ประตูขึ้นนำจนได้จากจังหวะที่กองหลังของฟอเรสต์ โหม่งเคลียร์ไม่ขาดเลยโดน แดนนี่ ซิมป์สัน ผู้เล่นเจ้าบ้านหวดชักรอกขึ้นมาให้กับ โลเวนครานด์ส โหม่งตั้งให้กับ เควิน โนแลน กระโดดสลับขาวอลเลย์ด้วยขวาเข้าไปงามหยดให้สาลิกาดง นำ 2-1 ในนาทีที่ 73 ท้ายเกมทำอะไรกันไม่ได้ จบเกม นิวคาสเซิ่ล เปิดบ้านเฉือนชนะ เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด 2-1 เก็บชัยฉลองการได้เลื่อนชั้นกันอย่างมีความสุข   ปีเตอร์ โลเวนครานด์ส หัวหอกโคนม สมาชิกใหม่หน้าเก่าของ นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด สุดแฮปปี้ที่ได้เซ็นสัญญา 3 ปี กลับมาเล่นใน เซนต์ เจมส์ พาร์ค อีกครั้ง มั่นใจด้วยขุมกำลังที่ยังมีนักเตะตัวหลักๆ อยู่พร้อมหน้าพร้อมตา ทีมมีลุ้นเลื่อนชั้นในปีนี้ ปีเตอร์ โลเวนครานด์ส กองหน้าทีมชาติเดนมาร์ก กล่าวด้วยความยินดี ที่ได้กลับมารับใช้ทีม “สาลิกาดง” นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด อีกครั้ง เมื่อตกลงจรดปากกาเซ็นสัญญา 3 ปี กับ “เดอะ แม็กพายส์” สดๆ ร้อนๆ หลังจากก่อนหน้านี้เป็นเพียงนักเตะชั่วคราว ที่เซ็นสัญญาจนจบซีซั่นที่ผ่านมาเท่านั้น กองหน้าเลือดเดนส์ วัย 29 ปี เซ็นสัญญากับ นิวคาสเซิ่ล จนจบฤดูกาลก่อน หลังย้ายมาแบบฟรีๆ จาก ชาลเก้ 04 ในช่วงเดือน ม.ค. ที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม นิวคาสเซิ่ล พลาดท่าตกชั้น และเขาใช้เวลาในช่วงซัมเมอร์พิจารณาทางเลือกต่างๆ และสุดท้ายแล้ว เขาก็ตัดสินใจเซ็นสัญญา 3 ปี เป็นนักเตะของทีมอย่างถาวรในที่สุด    

 ”เราเป็นสโมสรใหญ่ และหนึ่งในเหตุผลที่ทำให้ผมตัดสินใจกลับมาเล่นที่นี่อีกครั้งคือ ได้ทราบว่า นักเตะ และสตาฟฟ์โค้ชตั้งเป้าหมายเอาไว้ที่จะกลับไปเล่นใน พรีเมียร์ลีก อีกครั้ง ผมว่ามีโอกาสดีมากที่ นิวคาสเซิ่ล จะทำผลงานได้ดี สโมสรเริ่มต้นฤดูกาลได้ดีมาก และผมหวังจริงๆ ว่าเราจะเล่นได้แบบนี้ต่อไปเรื่อยๆ แล้วเลื่อนชั้นให้เร็วที่สุด”การที่เราสามารถรั้งนักเตะตัวหลักๆ เอาไว้ได้เป็นส่วนใหญ่นับว่ามีความสำคัญมาก ผมอยากเล่นกับทีมอีกครั้ง ผมมีเพื่อนเยอะแยะตอนอยู่ที่นี่ ซึ่งลูกๆ และครอบครัวผมก็ปรับตัวเข้ากับชีวิตที่นี่ได้ดี” โลเวนครานด์ส กล่าวในที่สุดสามารถร่วมสนุกในฟุตบอลโลก 2010 ด้วยการแทงบอลออนไลน์ กับ

http://ebet88.com

นักฟุตบอลทีมชาติอิตาลี

คงจำกันได้ กองหลังที่ได้รับการยกย่องว่า ดีที่สุดในโลก อย่าง Canavaro และ Nesta

คือปราการหลังระดับหิน ในหลายๆปีที่ผ่านมา แต่มายุค 2009 จะไปลุย ฟุตบอลโลก 2010ขุนพล อัซซูร์รี่อิตาลี แชมป์ทีมล่าสุดของทัวร์นาเมนต์นี้เมื่อ 4 ปีที่แล้ว จัดได้ว่าเป็นชาติตัวเต็งชาติหนึ่งที่มีโอกาสที่จะสัมผัสโทรฟี่ ฟีฟ่า เวิลด์ คัพ ประจำฟุตบอลโลก 2010 ณ ประเทศแอฟริกาใต้ หนนี้มากที่สุด นอกจากนี้แล้ว พวกเขา ร่วมกับ บราซิล ยังเป็นเพียง 2 ทีมที่เคยคว้าแชมป์ในรายการดังกล่าวถึง 2 สมัยติดต่อกันด้วย และสำหรับรายการนี้ ลูกทีมของ มาร์เชลโล่ ลิปปี้ จะได้พิสูจน์ฝีมือกันอีกครั้งว่า พวกเขาจะทำได้เหมือนกับนักเตะรุ่นก่อนหรือไม่ ที่ได้แชมป์ 2 ครั้งติดต่อกันมาในปี 1934 และ 1938 นั่นเอง

ขุนพล อัซซูร์รี่อิตาลี แม้ว่าจะเพิ่งผิดหวังมาจากทัวร์นาเมนต์ชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป หรือ ยูโร 2008 มาก่อนหน้านี้ ทว่าในรอบคัดเลือกฟุตบอลโลกแล้ว พวกเขาจบด้วยการเป็นอันดับที่ 1 ของกลุ่ม 8 ประจำโซนยุโรป โดยสถิติของพวกเขานั้นก็คือ ชนะทั้งหมด 7 นัด เสมออีก 3 นัด และไม่เคยเพลี่ยงพล้ำให้กับทีมใดเลยแม้แต่นัดเดียว นอกจากนี้จำนวนประตูที่พวกเขาทำได้ในรอบดังกล่าวนั้น พวกเขายังยิงได้ทั้งสิ้น 18 ลูก และเสียไปทั้งหมด 7 ลูกด้วย

สำหรับ รายละเอียดในรอบคัดเลือกนั้น นับตั้งแต่ อิตาลี เริ่มต้นรอบการแข่งขันดังกล่าวด้วยการเอาชนะ ไซปรัส 2-1 เป็นต้นมา พวกเขาก็ยังคงยืนหยัดอยู่ในอันดับ 1 ของกลุ่มมาโดยตลอด อย่างไรก็ตามการเข้ารอบของพวกเขานั้น ก็ใช่ว่าจะง่ายดาย หรือนอนมา แต่อย่างใด เมื่อพวกเขาสามารถผ่านเข้ารอบสุดท้าย และคว้าตั๋วไปกาฬทวีปมาครองได้ได้เพียงแค่ 1 นัดก่อนที่จะครบตามโปรแกรมที่กำหนดไว้เท่านั้น

ด้านดาว ซัลโวประจำทีม ในทัวร์นาเมนต์รอบคัดเลือกที่ผ่านมา อัลแบร์โต้ จิลาร์ดิโน่ หัวหอกจากสโมสร ฟิออเรนติน่า คือผู้ที่ทำประตูมากที่สุดสำหรับทีมของ มาร์เชลโล่ ลิปปี้ โดยเขาทำได้ทั้งสิ้น 4 ประตู และ 3 ลูกในนั้น ก็มาจาก แฮตทริก ในเกมที่เอาชนะ ไซปรัส 3-2 ในนัดสุดท้ายของรอบคัดเลือกที่ผ่านมานั่นเองร่วมสนุกด้วยการแทงบอลออนไลน์

ผู้รักษาประตู

1. จานลุยจิ บุฟฟอน (ยูเวนตุส)

2. มอร์แกน เด ซานติส (นาโปลี)

3. เฟเดริโก มาร์เค็ตติ (กายารี)

4. ซัลวาตอเร ซิริกู (ปาแลร์โม)

       กองหลัง

5. จานลูกา ซามบร็อตตา (เอซี มิลาน)

6. ฟาบิโอ คันนาวาโร (ยูเวนตุส)

7. จอร์โจ คิเอลลินี (ยูเวนตุส)

8. ฟาบิโอ กรอสโซ (ยูเวนตุส)

9. ซัลวาตอเร บอร์เค็ตติ (เจนัว)

10. โดเมนิโก คริสชิโต (เจนัว)

11. เลโอนาร์โด โบนุชชี (บารี)

12. มัตเตีย คาสซานี (ปาแลร์โม)

13. คริสเตียน มาจโจ (นาโปลี)

       กองกลาง

14. เมาโร คาโมราเนซี (ยูเวนตุส)

15. อันโตนิโอ คานเดรวา (ยูเวนตุส)

16. เคลาดิโอ มาร์คิซิโอ (ยูเวนตุส)

17. อันเดรีย คอสซู (กายารี)

18. ดานิเอเล เด รอสซี (โรมา)

19. อันเดรีย ปิร์โล (เอซี มิลาน)

20. เจนนาโร กัตตูโซ (เอซี มิลาน)

21. ริคคาร์โด มอนโตลิโว (ฟิออเรนตินา)

22. อันเจโล ปาลอมโบ (ซามพ์โดเรีย)

23. ซิโมเน เปเป้ (อูดิเนเซ)

       กองหน้า

24. มาร์โก บอร์ริเอลโล (เอซี มิลาน)

25. อัลแบร์โต จิลาร์ดิโน (ฟิออเรนตินา)

26. จามเปาโล ปาซซินี (ซามพ์โดเรีย)

27. อันโตนิโอ ดิ นาตาเล (อูดิเนเซ)

28. วินเชนโซ ยาควินตา (ยูเวนตุส)

29. ฟาบิโอ กวายาเรลลา (นาโปลี)

30. จูเซ็ปเป รอสซี (บียาร์รีล)

นักฟุตบอลทีมชาตินิวซีแลนด์

ริคกี้เฮอร์เบิร์ตซึ่งเคยเป็นหนึ่งในนักเตะทีมชาตินิวซีแลนด์ชุดลุยศึกฟุตบอลโลกที่สเปนในปี 1982 และเป็นผู้เล่นจากแดนนกกีวีคนแรกที่ได้เล่นในอังกฤษกับสโมสรวูล์ฟแฮมป์ตันวันเดอเรอร์สหลังจากเข้ามารับงานคุมทีมชาตินิวซีแลนด์เมื่อปี 2005 เฮอเบิร์ร์ ตยังทำหน้าที่คุมทีมเวลลิงตันฟินิกซ์สโมสรในลีกออสเตรเลียควบคู่ไปด้วยในช่วงแรกก่อนจะหันมาคุมทีม”ออลไวท์”เต็มตัวในเวลาต่อมา

หลังจากช่วงเวลาที่ตกต่ำเมื่อสี่ปีก่อนนิวซีแลนด์กลับมาอยู่ในจุดสูงสุดของพวกเขาอีกครั้งภายใต้การนำทัพของกุนซือคนเก่งริคกี้เฮอร์เบิร์ตซึ่งสามารถนำทัพพาทีมผ่านเข้าไปเล่นฟุตบอลโลกรอบสุดท้าย 2010 ที่แอฟริกาใต้ได้สำเร็จเป็นครั้งแรกในรอบ 28 ปีหลังจากครั้งสุดท้ายที่ทำได้ก็ต้องย้อนไปกระทั่งถึงปี 1982 ที่สเปนเป็นเจ้าภาพเลยทีเดียวเฮอร์เบิร์ตและไบรอันเทอร์เนอร์ผู้ช่วยของเขาถือ เป็นกุญแจสำคัญที่อยู่เบื้องหลังของทีมชาตินิวซีแลนด์ชุดนี้เมื่อนำทีม”ออลไวท์”เป็นแชมป์ของกลุ่มโอเชียเนียจนกระทั่งได้สิทธิ์ไปเล่นในรอบเพลย์ออฟกับบาห์เรนทีมที่คว้าโควต้าอันดับที่ห้าจากโซน เอเชียหลังจบและ 180 นาทีของสองเกมก็เป็นฝ่ายนิวซีแลนด์ที่ได้รับการชูมือให้เป็นผู้ชนะสี่ปีหลังจากที่ถูกเขี่ยตกกระป๋องโดยหมู่เกาะโซโลมอนนิวซีแลนด์ได้มีโอกาสปรากฏตัวในการแข่งขันคอนเฟเดอเรชั่ คันพส์ 2009 ซึ่งพวกเขาพ่ายให้กับสเปนทีมแชมป์ทวีปยุโรปแบบราบคาบและตกรอบแรก แต่ชัยชนะเหนือบาห์เรนในรอบเพลย์ออฟก็ได้ผลักดันให้ชาวนิวซีแลนด์หลายคนซึ่งนิยมในรักบี้มากกว่าหันมามอบศรัทธาและจะเป็น แรงผลักดันทีมในรอบสุดท้ายที่แอฟริกาใต้ครั้งนี้นิวซีแลนด์ผงาดเป็นแชมป์กลุ่มโซนโอเชียเนียอย่างง่ายดายเมื่อพวกเขาเปิดตัวห้าเกมแรกด้วยชัยชนะก่อนที่จะไปบุกพ่ายให้กับฟิจิในเกมที่ไม่มีความหมายซึ่งทีมได้ ส่งผู้เล่นสำรองลงเกือบยกชุดหลังจากนั้นทีมกีวีต้องรอถึง 11 เดือนก่อนที่จะต้องเผชิญหน้ากับทีมอันดับห้าจากเอเชียที่หลุดมาเพลย์ออฟอย่างบาห์เรนที่พลิกโผผ่านทีมแกร่งอย่างซาอุดิอาระเบียเข้ามาอย่างเหลือเชื่อโดยเป็นการ ผ่านเข้ามาถึงรอบเพลย์ออฟครั้งที่สองของทีมจากเอเชียเพราะก่อนหน้านี้พวกเขาเคยผิดหวังมาแล้วด้วยการพ่ายตรินิแดดแอนด์โตเบโกซึ่งเกมแรกนิวซีแลนด์บุกไปควักผลเสมอบาห์เรนได้ก่อน 0-0 ในนัดและ ที่สองนิวซีแลนด์ได้ประตูที่สำคัญจากการโขกของรอรี่ย์ฟัลลอนในนาที่สุดท้ายของครึ่งแรกก่อนที่มาร์คพาสตันผู้รักษาประตูของทีมจะโชว์ฟอร์มหนึบด้วยการเซฟจุดโทษในช่วงต้นครึ่งหลังซึ่งถ ือเป็นช็อตครั้งสำคัญในชีวิตเขาเลยทีเดียว

ปราการหลังกัปตันทีมไรอันนีลเซ่นน่าจะเป็นนักเตะที่คุ้นชื่อกันดีที่สุดแล้วในทีมชาตินิวซีแลนด์ชุดนี้กองหลังจอมดีเดือดรายนี้สามารถยึดตำแหน่งตัวจริงในทีมแบล็คเบิร์นโรเวอร์สทีม ในพรีเมียร์ลีกของอังกฤษมาอย่างต่อเนื่องและเป็นนักเตะนิวซีแลนด์เพียงคนเดียวที่ยืนหยัดอยู่ในลีกสุดโหดได้ยาวนานเช่นนี้นอกจากนี้”ออลไวท์”ยังมีอีกหนึ่งผู้เล่นตัวสำคัญในแนวรุกอย่างเชนสเมล ทส์ซึ่งเป็นเจ้าของรางวัลนักเตะยอดเยี่ยมแห่งปีของฝั่งโอเชียเนียและยังเป็นดาวซัลโวสูงสุดของลีกออสเตรเลียอีกด้วยสเมลทส์ถือเป็นนักเตะที่จบสกอร์ได้ทุกรูปแบบทั้งลูกกลางอากาศหรือภาค พื้นดินขณะที่คริสคิลเลนศูนย์หน้าจากเซลติกซึ่งจับคู่กับสเมลทส์ได้อย่างสมบูรณ์แบบรวมทั้งฟัลลอนและดาวรุ่งร่างยักษ์อย่างคริสวู้ดก็ถือว่าน่าจับตามองไม่แพ้กัน

นิวซีแลนด์เคยผ่านเข้าไปเล่นในศึกฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายเพียงแค่ครั้งเดียวที่สเปนในปี 1982 โดยสามารถบุกไปพิชิตคู่แข่งสำคัญอย่างออสเตรเลียได้ถึงถิ่นก่อนที่จะเอาชนะทั้งซาอุดิอาระเบียและจีนเข้ามาได้โดยมีนักเตะดาวรุ่งในตอน นั้นอย่างวินตันรูเฟอร์เป็นกำลังสำคัญของทีมทว่านิวซีแลนด์ซึ่งอยู่กลุ่มเดียวกับบราซิล, สหภาพโซเวียตและสกอตแลนด์ก็พ่ายทุกนัดในรอบแรกและตกรอบในที่สุด

ร่วมด้วยการสนุกแทงบอลออนไลน์

รักษาประตูผู้ :

เจมส์บันนาไทน์ (ทีมเวลลิงตัน)

เกล็นมอสส์ (เมลเบิร์นวิคตอรี่ / ออสเตรเลีย)

มาร์คพาสตัน (เวลลิงตันฟีนิกซ์)

กองหลัง :

แอนดี้โบเยนส์ (นิวยอร์กเร้ดบูลล์ส / สหรัฐฯ)

โทนี่ลอชเฮด (เวลลิงตันฟีนิกซ์)

ไรอันเนลเซ่น (แบล็คเบิร์นโรเวอร์ส / อังกฤษ)

วินส์ตันรีด (เอฟซีมิดต์เยลแลนด์ / เดนมาร์ก)

เบนซิกมุนด์ (เวลลิงตันฟีนิกซ์)

ทอมมี่สมิ ธ (อิปสวิชทาวน์ / อังกฤษ)

อีวานวิเชลิช (โอ๊คแลนด์ซิตี้)

กองกลาง :

แอนดี้บาร์รอน (ทีมเวลลิงตัน)

ลีโอเบอร์ตอส (เวลลิงตันฟีนิกซ์)

ทิมบราวน์ (เวลลิงตันฟีนิกซ์)

เจเรมี่คริสตี้ (เอฟซีแทมป้าเบย์โรว์ดี้ส์ / สหรัฐฯ)

อารอนเคล็ปแมน (แคนเทอร์บิวรี่ยูไนเต็ด)

ไซม่อนเอลเลียตต์ (ไม่มีสังกัด)

ไมเคิ่ลแม็คกลินเชย์ (มาเธอร์เวลล์ / สกอตแลนด์)

เดวิดมัลลิเก้น (ไม่มีสังกัด)

กองหน้า :

เจเรมี่บร็อคคี่ (นิวคาสเซิ่ลเจ็ตส์ / ออสเตรเลีย)

รอรี่ฟัลล่อน (พลีมั ธ ) อังกฤษ

คริสคิลเล่น (มิดเดิ้ลสโบรช์ / อังกฤษ)

เชนชเมลต์ซ (โกลด์โคสต์ยูไนเต็ด) ออสเตรเลีย

คริสวู้ด (เวสต์บรอมวิชอัลเบี้ยน / อังกฤษ)

นักฟุตบอลทีมชาติเดนมาร์ก

ไม่มีข้อสงสัยเลยว่าสิ่งที่น่าวิตกที่สุดสำหรับทีม “โคนม” เดนมาร์ก ชุดนี้ก็คือ อาการบาดเจ็บของ โธมัส โซเรนเซ่น ซึ่งในชั้นต้นดูเหมือนว่าเขาอาจจะพลาดโอกาสสำคัญนี้ไป เพราะมีปัญหาที่ข้อศอก ทว่าในที่สุดแล้วตัวเขาก็โชคดี เมื่อสามารถฟื้นฟูกลับคืนมาได้โดยไม่ต้องเข้ารับการผ่าตัดแต่อย่างใด ซึ่งโดยภาพรวมแล้ว เราน่าจะได้เห็นเขาได้ลงเล่นเป็น 11 คนแรกในนัดเปิดสนามกับทีม “กังหันลม” ฮอลแลนด์ ในวันที่ 14 มิถุนายนที่จะถึงนี้ด้วยอย่างแน่นอน ส่วน 2 คนที่เหลือนั่นคือ เยสเปอร์ คริสเตียนเซ่น กับ สเตฟาน อันเดอร์เซ่น นั้น เชื่อว่าจะมาที่ แอฟริกาใต้ นี้ เพื่อที่จะเรียนรู้ และเป็นตัวละครสำรองของมือ 1 ข้างต้นเท่านั้นในบรรดารอบแบ่งกลุ่ม ฟุตบอลโลก 2010 หนนี้ กลุ่มอี อันประกอบไปด้วย ฮอลแลนด์ , แคเมอรูน , ญี่ปุ่น และ เดนมาร์ก จัดได้ว่าเป็นหนึ่งกลุ่มที่ถือว่าหินที่สุดในทัวร์นาเมนต์ดังกล่าวก็ว่าได้ ซึ่งนั่นก็สามารถเป็นการันตีได้เลยว่า “โคนม” เดนมาร์ก จะไม่พบกับความง่ายดายที่จะผ่านเข้าสู่รอบต่อไปแต่อย่างใด

อย่างไรก็ตามด้วยทีมสปิริตที่ยอดเยี่ยม , กลุ่มผู้เล่นที่แข็งแกร่ง รวมไปถึงกุนซือที่มีประสบการณ์สูงอย่าง มอร์เท่น โอลเซ่น ทำให้เชื่อเหลือเกินว่า อดีตแชมป์ยุโรปปี 1992 ทีมนี้ น่าจะมีโอกาสที่จะสร้างความประหลาดใจให้กับทุกคนได้อย่างแน่นอน และต่อไปนี้ เราจะไปทำความรู้จักกับผู้เล่น และวิเคราะห์ขุมกำลังในแต่ละตำแหน่งกัน

แผงมิดฟิลด์ของ “ยักษ์เดนส์” ชุดนี้ค่อนข้างที่จะถือว่าเก๋าเอาการทีเดียว เนื่องจากผู้เล่นหลาย ๆ คนนั้นเข้า ๆ ออก ๆ ทีมอยู่เป็นประจำอยู่แล้ว อีกทั้งนักเตะบางคนในจำนวนนี้ ก็ถือว่าจะเป็นการลงเล่นฟุตบอลโลกเป็นหนสุดท้ายด้วย ไม่ว่าจะเป็น รอมเมดาห์ล , กรุนชาร์ และ ยอร์เกนเซ่น นั่นเอง กระนั้นปัญหาเดียวของพวกเขาก็คือ การต้องรอประเมินอาการบาดเจ็บของ คริสเตียน อิริคเซ่น ดาวรุ่งวัย 18 ปีจาก อาแจ็กซ์ อัมส์เตอร์ดัม ซึ่งถูกเปรียบเทียบว่าเป็น เวสลี่ย์ สไนจ์เดอร์ และ ราฟาเอล ฟาน เดอร์ ฟาร์ท แห่ง เดนมาร์ก ก่อน อย่างไรก็ตามในที่สุดแล้วก็คาดว่า ไม่น่าจะฟิตทันสำหรับการเดินทางร่วมกับทีมไป แอฟริกาใต้ ด้วยแต่อย่างใดดาเนี่ยล แอ็กเกอร์ กับ ไซม่อน เคียร์ น่าจะได้ลงยืนในตำแหน่ง 2 เซ็นเตอร์แบ็คในรายชื่อ 11 คนแรกที่จะลงสนามค่อนข้างแน่ ซึ่งนอกเหนือจากทั้ง 2 คนจะมีศักยภาพในการปิดกั้นการโจมตี และคุกคามของเกมรุกฝ่ายตรงข้าม รวมไปถึงการป้องกันลูกเตะมุมด้วยแล้ว ทั้งคู่ยังสามารถฉกฉวยโอกาสบุกขึ้นไปเบิกสกอร์ให้กับทีมได้เป็นอย่างดีด้วยเช่นเดียวกัน ขณะที่ ไมเคิ่ล ยาค็อบเซ่น กับ ลาร์ส ยาค็อบเซ่น นั้น น่าจะได้ลงประจำการในตำแหน่งฟูลแบ็คทั้ง 2 ข้างที่เหลือนี้ต่อไปในมุมของขุมกำลังสำรอง เพอร์ โครลดรุ๊ป ปราการหลังจากสโมสร “ลา วิโอล่า” ฟิออเรนติน่า ซึ่งติดทีมชาติมาทั้งหมด 28 ครั้งแล้วนั้น ก็น่าจะมีศักยภาพเพียงพอที่จะคอยแบ็คอัพในกรณีที่ ดาเนี่ยล แอ็กเกอร์ หรือ ไซม่อน เคยร์ คนในคนหนึ่งบาดเจ็บได้อย่างไม่มีปัญหาทีเดียว

ส่วนพวกที่เหลือ อาทิ อันเดอร์ส โมลเลอร์ คริสเตนเซ่น , วิลเลี่ยม ควิสต์ และ เลออน อันเดรียเซ่น ก็ต้องถือว่าสามารถเป็นอะไหล่ในเกมส์รับของทีมได้ด้วยเช่นเดียวกัน โดยเฉพาะในรายของ วิลเลี่ยม ควิสต์ กับ เลออน อันเดรียเซ่น ที่สามารถขยับขึ้นไปยืนในตำแหน่งของแผงมิดฟิลด์ยามเมื่อทีมต้องการได้ด้วยอย่างไม่มีปัญหาแต่อย่างใด

โซเรน ลาร์เซ่น คือดาวซัลโวประจำทีมดังจากสแกนดิเนเวียนในรอบคัดเลือกที่ผ่านมา โดยเขากดไปถึง 5 เม็ด (แม้ว่า 4 ประตูในจำนวนนี้มาจากการยิงประตู มอลต้า 2 นัดก็ตาม) เลยทีเดียว โดยอันดับ 2 ที่ตามมานั้นก็คือ นิคคลาส เบนท์เนอร์ ที่กระหน่ำไป 3 ลูกนั่นเอง อย่างไรก็ตาม เบนท์เนอร์ น่าจะเป็นตัวหลักในแดนหน้าสำหรับทีม “โคนม” ชุดนี้ เนื่องจากเขามีความสามารถที่จะเก็บบอล และเป็นตัวอันตรายในการเข้าทำจากลูกกลางอากาศได้ด้วย ขณะที่ ยอน ดาห์ล โทมัสสัน ก็จะเป็นอีกคนที่สามารถสร้างความแตกต่างให้กับทีมได้เช่นเดียวกัน ซึ่งกองหน้าจอมเก๋ารายนี้ทำประตูให้กับทีมไปแล้วทั้งสิ้น 51 ประตูจากการลงเล่น 107 นัด อีกทั้งเขาก็ต้องการอีกแค่ประตูเดียวเท่านั้นก็จะสามารถขึ้นไปเป็นดาวซัลโวสูงสุดของทีมชาติเดนมาร์กตลอดกาลด้วยเช่นเดียวกันสามารถร่วมสนุกด้วยการแทงบอลออนไลน์

 รายชื่อนักเตะทีมชาติเดนมาร์ก

 ผู้รักษาประตู

โธมัส โซเรนเซ่น (สโต๊ค ซิตี้)

เยสเปอร์ คริสเตียนเซ่น (เอฟซี โคเปนฮาเก้น)

สเตฟาน อันเดอร์เซ่น (บรอนด์บี้ ไอเอฟ)

กองหลัง

ดาเนี่ยล แอ็กเกอร์ (ลิเวอร์พูล)

เพอร์ โครลดรุ๊ป (ฟิออเรนติน่า)

อันเดอร์ส โมลเลอร์ คริสเตนเซ่น (โอบี)

ไซม่อน เคียร์ (ปาแลร์โม่)

ลาร์ส ยาค็อบเซ่น (แบล็คเบิร์น โรเวอร์ส)

ไมเคิ่ล ยาค็อบเซ่น (อัลบอร์ก บีเค)

วิลเลี่ยม ควิสต์ (เอฟซี โคเปนฮาเก้น)

เลออน อันเดรียเซ่น (ฮันโนเวอร์ 96)

กองกลาง

คริสเตียน โพลเซ่น (ยูเวนตุส)

เยสเปอร์ กรุนชาร์ (เอฟซี โคเปนฮาเก้น)

โธมัส คาห์เลนเบิร์ก (โวล์ฟสบวร์ก)

ยาค็อบ โพลเซ่น (เอจีเอฟ)

ดาเนี่ยล เยนเซ่น (แวร์เดอร์ เบรเมน)

มาร์ติน ยอร์เกนเซ่น (เอจีเอฟ)

ไมเคิ่ล ซิลเบอร์เบาเออร์ (เอฟซี อูลเทร็คต์)

เดนนิส รอมเมดาห์ล (อาแจ็กซ์ อัมส์เตอร์ดัม)

กองหน้า

นิคคลาส เบนท์เนอร์ (อาร์เซน่อล)

โซเรน ลาร์เซ่น (ดุ๊ยส์บวร์ก – ยืมตัว)

ยอน ดาห์ล โทมัสสัน (เฟเยนูร์ด)

มอร์เท่น ราสมุสเซ่น (กลาสโกว์ เซลติก)

นักฟุตบอลทีมชาติไนจีเรีย

การผ่านเข้ารอบฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายครั้งนี้ประสบความสำเร็จจากการคุมทัพของ กุนซือวัยเดอะ “ไชบู อาโมดู” โค้ชไนจีเรีย ที่สู้ตั้งแต่เริ่มยันจบการเล่นรอบคัดเลือก โดยอดีต ไชบู อาโมดู นั้นเคยคุมทีมชาติไนจีเรียก่อนหน้านี้ 2 ครั้ง รวมถึงครึ่งหลังของการเล่นรอบคัดเลือกฟุตบอลโลก 2002 ที่ทีมประสบความสำเร็จ ทว่ากลับถูกไล่ออกก่อนฟุตบอลโลกรอบสุดท้าย หลังจากที่ไนจีเรีย ร่วงตกรอบรองชนะเลิศฟุตบอลแอฟริกัน เนชั่นส์ คัพ แต่ท้ายสุด กุนซือวัยเดอะก็ได้รับการคัมแบ็กสู่การคุมทีมชาติ ไนจีเรีย อีกหนก่อนที่จะประสบความสำเร็จในการพาทีมไปลุยบอลโลก 2010 ในครั้งนี้

           ไนจีเรียชุดฟีฟ่า เวิลด์ คัพ 2010 อาจจะตั้งความหวังไม่สูง แต่ถ้าเป็นชุดก่อนๆ หน้านี้ไม่นานเท่าไหร่แล้ว ทีม “ซูเปอร์ อีเกิลส์” เรียกได้ว่าเป็นขาประจำของทีมจากแอฟริกาที่ได้ผ่านเข้ารอบสุดท้ายฟุตบอลโลก และแม้ว่าจะเก็บได้ 1 คะแนน จาก 5 นัดสุดท้ายของรอบสุดท้ายฟุตบอลโลก และไม่ได้ไปฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายที่เยอรมันด้วย ไนจีเรีย ทีมดัง และขวัญใจของชาวแอฟริกา น่าจะเป็นม้ามืด ที่เล่นอย่างไร้ความกดดันในการเจอกับทีมใหญ่

นั่นเกิดขึ้นมาแล้วตอนปี 1994 ตอนที่พวกเขาถล่มบัลแกเรีย ทีมที่คราวนั้นทะลุเข้ารอบรองชนะเลิศ 3-0 นัดประเดิมสนาม ก่อนจะพลาดท่าแพ้อิตาลีเจ็บปวด 2-1 รอบที่ 2 อย่างไรก็ตาม ทีมชาติไนจีเรีย ที่ตอนนั้นเต็มไปด้วยสตาร์อาทิ ซันเดย์ โอลิเซห์, วิคเตอร์ อิคเปบ้า, เจย์-เจย์ โอโคชา และฟินิดี้ จอร์จ เป็นตัวจุดประกายให้ทีมแอฟริกันรุ่นต่อมา เหมือนในปี 1998 ที่พวกเขาช็อกโลกด้วยการชนะสเปน 3-2 ก่อนจะชนะบัลแกเรียได้อีก 1-0 ได้ผ่านเข้าสู่รอบ 2 ก่อนจะโดนเดนมาร์กถล่มหมดรูป 4-1 อย่างไรก็ตามหลังจากที่ผ่านเข้ารอบสุดท้ายฟุตบอลโลกได้อีกครั้งคราวนี้ ไนจีเรีย ถือว่าทำคุณไถ่โทษได้แล้ว และจะร่วมศึกฟุตบอลโลกด้วยความมั่นใจ

เส้นทางสู่แอฟริกาใต้ ทีมชาติไนจีเรีย ฟุตบอลโลก 2010
ผลเสมอสุดช็อกนัดแรกของการเล่นรอบคัดเลือกรอบสุดท้ายของโซนแอฟริกา นัดกับโมซัมบิก ทำให้ไนจีเรีย ต้องเล่นบทตามล่าตูนิเซีย ตั้งแต่แรก และการเสมอกับตูนิเซีย ทั้งไปและกลับ ทำให้ไนจีเรีย โอกาสตกรอบสูง อย่างไรก็ตาม แมตช์ต่อมาตูนิเซียกลับพลาดท่าพ่ายที่โมซัมบิก 1-0 และไนจีเรีย ตามหลังสองครั้งสองคราก่อนจะชนะที่เคนย่า 3-2 โอบาเฟมี่ มาร์ตินส์ เป็นฮีโร่ในวันนั้น หลังจากที่ลงมาเล่นครึ่งหลัง และเป็นคนตีเสมอลูกแรกนาทีที่ 60 ก่อนจะพังประตูชัยก่อนหมดเวลา 9 นาที เป็นประตูที่ส่งไนจีเรียไปฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายดาวเด่น ทีมชาติไนจีเรีย ฟุตบอลโลก 2010ทีม ซูเปอร์ อีเกิลส์ มีศักยภาพการพังประตูที่น่าทึ่ง อาศัยความเร็ว และเกมรุกที่หลากหลาย ที่ได้จาก โอบาเฟมี่ มาร์ตินส์, ยาคูบู ไอเย็กบินี่, ปีเตอร์ โอเดมวิงกี้ และดาวรุ่งอย่าง วิคเตอร์ โอบินน่า และ อิเคชุควู อูเค และรุ่นเก๋าอย่างเอ็นวานโก้ คานู ขณะที่ข้างหลังก็ไม่ได้อ่อนยวบ มี จอห์น โอบี มิเคล เป็นตัวตัดเกม และ โจเซ็ป โยโบ กัปตันทีมเป็นแกนในแนวรับ

โค้ช ทีมชาติไนจีเรีย ฟุตบอลโลก 2010
การผ่านเข้ารอบฟุตบอลโลกรอบสุดท้าย เหมือนกับเป็นการ “เอาคืน” ของ ไชบู อาโมดู โค้ชไนจีเรีย ที่ต้องสู้ตั้งแต่เริ่มยันจบการเล่นรอบคัดเลือก กุนซือรุ่นเดอะ เคยคุมทีมชาติไนจีเรียก่อนหน้านี้ 2 ครั้ง รวมถึงครึ่งหลังของการเล่นรอบคัดเลือกฟุตบอลโลก 2002 ที่ทีมประสบความสำเร็จ ทว่ากลับถูกไล่ออกก่อนฟุตบอลโลกรอบสุดท้าย หลังจากที่ไนจีเรีย ร่วงตกรอบรองชนะเลิศฟุตบอลแอฟริกัน เนชั่นส์ คัพ

สถิติ ทีมชาติไนจีเรีย ฟุตบอลโลก 2010
ไนจีเรีย ถล่มบัลแกเรีย 3-0 ในนัดประเดิมสนามฟุตบอลโลก 1994 เป็นชัยชนะที่น่าจดจำเนื่องจากว่า บัลแกเรีย ต่อมาโค่นทีมอย่างกรีซ, อาร์เจนติน่า, เม็กซิโก และเยอรมัน เข้าไปถึงรอบรองชนะเลิศตั้งแต่เคลมองส์ เวสเตอร์ฮอฟ สร้างทีมปี 1994 และอำลาจากทีมซูเปอร์อีเกิลส์ไป ไนจีเรีย ใช้โค้ชคนดังจากยุโรปหลายคนอาทิ โจ บองแฟร์, ฟิลิปป์ ทรุสซิเยร์, โบร่า มิลูติโนวิช และแบร์ตี้ โฟกท์สไนจีเรีย มีผลงานที่ยอดเยี่ยมในทัวร์นาเมนท์อินเตอร์ โดยได้แชมป์ยู 17 ปี 1985, 1993 และ 2007 นอกจากนั้นยังเป็นแชมป์โอลิมปิกปี 1996

วาทะเด็ด ทีมชาติไนจีเรีย ฟุตบอลโลก 2010
“ฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายที่แอฟริกาใต้ จะเป็นทัวร์นาเมนท์ของชาวแอฟริกันทุกคน แอฟริกาใต้อาจจะเป็นเจ้าภาพ แต่เราจะสู้เพื่อศักดิ์ศรีของทวีป งานแรกก็คือเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับการแข่งขัน ชาวไนจีเรีย อยากเห็นเราทำผลงานที่น่าประทับใจ เราก็เช่นกัน ส่วนตัวผมตั้งใจสร้างทีมไนจีเรียที่ดีที่สุด ให้ดีกว่าที่ผ่านมา” ไชบู อาโมดู โค้ชไนจีเรียกล่าว
ปรีวิวคลิปวีดีโอท่านสามารถร่วมสนุกด้วยการแทงบอลออนไลน์

รายชื่อนักเตะทีมชาติไนจีเรียทั้ง 30 คน

Vincent Enyeama (Hapoel Tel Aviv), Dele Ayenugba (Beni Yehuda FC), Bassey Akpan (Bayelsa United), Austine Ejide (Hapoel Petah Tikva);

Taye Taiwo (Marseille), Elderson Echiejile (Rennes), Chidi Odiah (CSKA Moscow) Onyekachi Apam (Nice), Joseph Yobo (Everton), Daniel Shittu (Bolton), Ayodele Adeleye (Sparta Rotterdam), Rabiu Afolabi (Salzburg), Peter Suswan (Lobi Stars);

Kalu Uche (Almeria), Dickson Etuhu (Fulham), John Obi Mikel (Chelsea), Sani Kaita (Alaniya), Lukman Haruna (Monaco), Ayila Yussuf (Dynamo Kiev), Peter Osaze (Lokomotiv Moscow);

Yakubu Ayegbeni (Everton), Victor Anichebe (Everton), Chinedu Obasi (Hoffenheim), Nwankwo Kanu (Portsmouth), Obafemi Martins (Wolfsburg), Ideye Brown (Sochaux), Ikechukwu Uche (Zaragoza), John Utaka (Portsmouth), Peter Utaka (Odense), Victor Obinna (Malaga).

←Older